ฟุตบอลโลก 2014 ( 2014 FIFA World Cup )
ตั๋วของการแข่งขันเปิดขายตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556 จำนวนประมาณ 3.3 ล้านใบ ผ่านเว็บไซต์ของฟีฟ่า
[3]
การคัดเลือกเจ้าภาพ
บราซิลได้ประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 และโคลอมเบียได้ประกาศในวันถัดมา ส่วนอาร์เจนตินาไม่มีการประกาศเสนอตัว โดยในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2550 โคลอมเบียได้ขอถอนตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งฟรันซิสโก ซานโตส กัลเดรอน รองประธานาธิบดีโคลอมเบียกล่าวว่าโคลอมเบียจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกชุดอายุไม่เกิน 20 ปี ใน พ.ศ. 2554 แทน ทำให้เหลือเพียงบราซิลประเทศเดียวที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนี้]วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2546 ฟีฟ่าได้ประกาศว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกจะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้อีกครั้งนับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1978 ในอาร์เจนตินา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่จะหมุนเวียนสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันไปตามสหพันธ์ฟุตบอลต่าง ๆ ต่อมาในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2546 สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมบอล) ได้แจ้งว่าอาร์เจนตินา บราซิล และโคลอมเบียมีความประสงค์จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย และในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2547 คอนเมบอลได้ลงมติเอกฉันท์ให้บราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้
บราซิลชนะการคัดเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 โดยงานประกาศนั้นมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ในฐานะที่เป็นประเทศเดียวที่เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
บราซิล | 1 | เจ้าภาพ | 30 ตุลาคม พ.ศ. 2550 | 20 | 2010 | ชนะเลิศ (1958, 1962, 1970,1994, 2002) | 11 |
ญี่ปุ่น | 2 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มบี การคัดเลือกโซนเอเชีย | 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556 | 5 | 2010 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (2002,2010) | 44 |
ออสเตรเลีย | 3 | ทีมรองชนะเลิศ กลุ่มบี การคัดเลือกโซนเอเชีย | 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556 | 4 | 2010 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (2006) | 57 |
อิหร่าน | 4 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มเอ การคัดเลือกโซนเอเชีย | 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556 | 4 | 2006 | รอบแบ่งกลุ่ม (1978, 1998,2006) | 49 |
เกาหลีใต้ | 5 | ทีมรองชนะเลิศ กลุ่มเอ การคัดเลือกโซนเอเชีย | 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556 | 9 | 2010 | อันดับ 4 (2002) | 56 |
เนเธอร์แลนด์ | 6 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มดี การคัดเลือกโซนยุโรป | 10 กันยายน พ.ศ. 2556 | 10 | 2010 | รองชนะเลิศ (1974, 1978,2010) | 8 |
อิตาลี | 7 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มบี การคัดเลือกโซนยุโรป | 10 กันยายน พ.ศ. 2556 | 18 | 2010 | ชนะเลิศ (1934, 1938, 1982,2006) | 9 |
สหรัฐอเมริกา | 8 | อันดับ 1 การคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ | 10 กันยายน พ.ศ. 2556 | 10 | 2010 | อันดับ 3 (1930) | 13 |
คอสตาริกา | 9 | อันดับ 2 การคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ | 10 กันยายน พ.ศ. 2556 | 4 | 2006 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (1990) | 31 |
อาร์เจนตินา | 10 | อันดับ 1 การคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ | 10 กันยายน พ.ศ. 2556 | 16 | 2010 | ชนะเลิศ (1978, 1986) | 3 |
เบลเยียม | 11 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มเอ การคัดเลือกโซนยุโรป | 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 12 | 2002 | อันดับ 4 (1986) | 5 |
สวิตเซอร์แลนด์ | 12 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มอี การคัดเลือกโซนยุโรป | 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 10 | 2010 | รอบ 8 ทีมสุดท้าย (1934,1938, 1954) | 7 |
เยอรมนี | 13 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มซี การคัดเลือกโซนยุโรป | 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 18 | 2010 | ชนะเลิศ (1954, 1974, 1990) | 2 |
โคลอมเบีย | 14 | อันดับ 2 การคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ | 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 5 | 1998 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (1990) | 4 |
รัสเซีย | 15 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มเอฟ การคัดเลือกโซนยุโรป | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 10 | 2002 | อันดับ 4(1986) | 19 |
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา | 16 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มจี การคัดเลือกโซนยุโรป | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 1 | — | — | 16 |
อังกฤษ | 17 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มเอช การคัดเลือกโซนยุโรป | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 14 | 2010 | ชนะเลิศ (1966) | 10 |
สเปน | 18 | ทีมชนะเลิศ กลุ่มไอ การคัดเลือกโซนยุโรป | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 14 | 2010 | ชนะเลิศ (2010) | 1 |
ชิลี | 19 | อันดับ 3 การคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 9 | 2010 | อันดับ 3 (1962) | 12 |
เอกวาดอร์ | 20 | อันดับ 4 การคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 3 | 2006 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (2006) | 22 |
ฮอนดูรัส | 21 | อันดับ 3 การคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ | 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 3 | 2010 | รอบแบ่งกลุ่ม (1982, 2010) | 34 |
ไนจีเรีย | 22 | ผู้ชนะรอบที่ 3 การคัดเลือกโซนแอฟริกา | 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 5 | 2010 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (1994,1998) | 33 |
โกตดิวัวร์ | 23 | ผู้ชนะรอบที่ 3 การคัดเลือกโซนแอฟริกา | 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 3 | 2010 | รอบแบ่งกลุ่ม (2006, 2010) | 17 |
แคเมอรูน | 24 | ผู้ชนะรอบที่ 3 การคัดเลือกโซนแอฟริกา | 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 7 | 2010 | รอบ 8 ทีมสุดท้าย (1990) | 59 |
กานา | 25 | ผู้ชนะรอบที่ 3 การคัดเลือกโซนแอฟริกา | 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 3 | 2010 | รอบ 8 ทีมสุดท้าย (2010) | 23 |
แอลจีเรีย | 26 | ผู้ชนะรอบที่ 3 การคัดเลือกโซนแอฟริกา | 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 4 | 2010 | รอบแบ่งกลุ่ม (1982, 1986,2010) | 32 |
กรีซ | 27 | ผู้ชนะการเพลย์ออฟ โซนยุโรป | 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 3 | 2010 | รอบแบ่งกลุ่ม (1994, 2010) | 15 |
โครเอเชีย | 28 | ผู้ชนะการเพลย์ออฟ โซนยุโรป | 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 4 | 2006 | อันดับ 3 (1998) | 18 |
โปรตุเกส | 29 | ผู้ชนะการเพลย์ออฟ โซนยุโรป | 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 6 | 2010 | อันดับ 3 (1966) | 14 |
ฝรั่งเศส | 30 | ผู้ชนะการเพลย์ออฟ โซนยุโรป | 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 14 | 2010 | ชนะเลิศ (1998) | 21 |
เม็กซิโก | 31 | ผู้ชนะการเพลย์ออฟ โซนคอนคาเคฟ - โอเชเนีย | 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 15 | 2010 | รอบรองชนะเลิศ (1970, 1986) | 24 |
อุรุกวัย | 32 | ผู้ชนะการเพลย์ออฟ โซนเอเชีย - อเมริกาใต้ | 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 | 12 | 2010 | ชนะเลิศ (1930, 1950) | 6 |
วันและสถานที่แข่งขัน[แก้]
วันแข่งขัน[แก้]
การแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ถึง 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นสัปดาห์หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลลีกในทวีปยุโรปปิดฤดูกาลลง และยังตรงกับช่วงฤดูหนาวของประเทศในเขตกึ่งร้อนอย่างบราซิลอีกด้วย
สถานที่แข่งขัน[แก้]
เมือง 17 เมืองที่สนใจจะเข้ารับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้แก่
เบเลง,
เบโลโอรีซอนตี,
บราซีเลีย,
กัมปูกรันดี,
กุยาบา,
กูรีตีบา,
โฟลเรียนอโปลิส,
ฟอร์ตาเลซา,
โกยาเนีย,
มาเนาส์,
นาตาล,
โปร์ตูอาเลเกร,
เรซีฟี,
โอลิงดา (สนามจะเป็นสนามที่ใช้ร่วมกัน 2 เมือง),
รีโอบรังโก,
รีโอเดจาเนโร,
ซัลวาดอร์ และ
เซาเปาลู[10] ส่วน
มาเซโอได้ถอนตัวไปในเดือนมกราคม พ.ศ. 2552
ตามกฎของฟีฟ่า ห้ามมีเมืองที่ใช้แข่งขันเกิน 1 สนาม และจำนวนของเมืองเจ้าภาพต้องอยู่ระหว่าง 8–10 เมือง โดย
สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล (เซเบเอฟี) ได้ยื่นคำขอที่จะใช้เมืองเจ้าภาพ 12 เมืองในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้
[11] ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ฟีฟ่าได้อนุมัติแผนการใช้เมืองเจ้าภาพที่มากถึง 12 เมือง
[12]
ก่อนหน้าที่จะมีการคัดเลือกตัดสินเมืองที่จะเป็นเจ้าภาพ มีการสงสัยกันว่า สนามที่จะได้จัดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศคงเป็น
สนามมารากานังในเมือง
รีโอเดจาเนโร ซึ่งเคยเป็นสนามแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลก 1950 ระหว่างอุรุกวัยกับบราซิลมาแล้ว แต่เดิมสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลตั้งใจจะจัดการแข่งขันนัดเปิดสนามที่
สนามโมรุงบีในเมือง
เซาเปาลูซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล อย่างไรก็ตาม วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553 สนามโมรุงบีถูกตัดชื่อออกเนื่องจากไม่สามารถวางเงินประกันการปรับปรุงสนามให้เป็นไปตามมาตรฐานได้
[13] ต่อมาในปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 สมาคมฟุตบอลบราซิลได้ประกาศให้ใช้
อาเรนาโกริงชังส์จัดการแข่งขันในเซาเปาลู
เมือง 12 เมืองที่จะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เมืองเบเลง, กัมปูกรันดี, โฟลเรียนอโปลิส, โกยาเนีย และรีโอบรังโกถูกตัดออก เกินครึ่งของเมืองที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องปรับปรุงสนามหรือสร้างสนามขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ ในขณะที่สนามในกรุง
บราซีเลียจะถูกทุบและสร้างขึ้นใหม่ ส่วนอีกห้าเมืองก็กำลังปรับปรุงสนามของตนเอง
| รีโอเดจาเนโร | บราซีเลีย | เซาเปาลู | ฟอร์ตาเลซา |
สนามกีฬานักหนังสือพิมพ์มารีอู ฟิลยู (มารากานัง) | สนามกีฬาแห่งชาติบราซีเลีย (มาเน การิงชา) | อาเรนาโกริงชังส์ | สนามกีฬาปลาซีดู อาเดรัลดู กัสเตลู (กัสเตเลา) |
| ความจุ : 76,935คน[14] | ความจุ : 70,042คน[15] | ความจุ : 68,000คน
(สนามใหม่) | ความจุ : 64,846คน[16] |
 |  |  |  |
| เบโลโอรีซอนตี |
| โปร์ตูอาเลเกร |
สนามกีฬาผู้ว่าการมากัลไยส์ ปิงตู (มีเนย์เรา) | สนามกีฬาฌูแซ ปิญเญย์รู บอร์ดา (เบย์รา-รีอู) |
| ความจุ : 62,547 คน | ความจุ : 51,300 คน[17]
(ปรับปรุงใหม่) |
 |  |
| ซัลวาดอร์ | เรซีฟี |
ศูนย์กีฬาศาสตราจารย์โอกตาวีอู มังกาเบย์รา (อาเรนาฟงชีนอวา) | อาเรนาเปร์นัมบูกู |
| ความจุ : 56,000 คน[18] | ความจุ : 46,154 คน
(สนามใหม่) |
 |  |
| กุยาบา | มาเนาส์ | นาตาล | กูรีตีบา |
| อาเรนาปังตานัล | อาเรนาอามาโซเนีย | อาเรนาดัสดูนัส | สนามกีฬาโฌอากิง อาเมรีกู กีมาไรส์ (อาเรนาดาไบชาดา) |
ความจุ : 42,968 คน
(สร้างใหม่) | ความจุ : 42,374 คน
(สร้างใหม่) | ความจุ : 42,086 คน
(สร้างใหม่) | ความจุ : 43,900 คน
(ปรับปรุงใหม่) |
 |  |  |  |
รอบแบ่งกลุ่ม[แก้]
ตารางการแข่งขันได้รับการประกาศจากสำนักงานใหญ่
ฟีฟ่าที่เมือง
ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ต่อมาในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 คณะกรรมาธิการจัดการแข่งขันได้ประกาศเวลาที่จะใช้แข่งขันในแต่ละเมือง โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามจะจัดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน ที่เมืองเซาเปาลู เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และรอบแบ่งกลุ่มจะแข่งขันเวลา 13.00 น., 16.00 น., 17.00 น., 18.00 น., 19.00 น. และ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และรอบแพ้คัดออก (รอบน็อกเอาต์) จะทำการแข่งขันในเวลา 13.00 น. และ 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น รอบรองชนะเลิศจะทำการแข่งขันในเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ที่สนามกีฬามารากานัง เวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
เวลาทั้งหมดที่ระบุข้างล่างนี้เป็นเวลาท้องถิ่นบราซีเลีย (UTC –3) เป็นเขตเวลาของเมืองเจ้าภาพ 10 เมืองจากทั้งหมด 12 เมือง ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 10 ชั่วโมง ส่วนเมืองกุยาบาและมาเนาส์นั้นอยู่ในเขตเวลาแอมะซอน (UTC –4) หรือช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ดังนั้น ตัวเลขเวลาการแข่งขันที่จัดขึ้นในเมืองทั้งสองจะเร็วกว่าเวลาที่ระบุไว้ข้างล่างนี้หนึ่งชั่วโมง
กลุ่มเอ[แก้]
กลุ่มบี[แก้]
กลุ่มซี[แก้]
กลุ่มดี[แก้]
กลุ่มอี[แก้]
กลุ่มเอฟ[แก้]
กลุ่มจี[แก้]
กลุ่มเอช[แก้]
สัญลักษณ์[แก้]
สัญลักษณ์การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 อย่างเป็นทางการ
สัญลักษณ์ของการแข่งขันมีชื่อว่า
อิงส์ปีราเซา (
โปรตุเกส:
Inspiração) แปลว่า "แรงบันดาลใจ" ออกแบบโดยบริษัทอาฟรีกาจากประเทศบราซิล ดัดแปลงมาจากภาพถ่ายเชิงสัญลักษณ์ของมือผู้ชนะ 3 มือกำลังชูถ้วยรางวัลฟุตบอลโลกอยู่ นอกจากจะถ่ายทอดแนวคิดมนุษยธรรมผ่านรูปมือที่สอดประสานกันแล้ว การลงสีรูปมือด้วยสีเหลืองและสีเขียวก็ยังเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงบราซิล ประเทศเจ้าภาพที่จะต้อนรับทุกประเทศอย่างอบอุ่นอีกด้วย ได้มีการเปิดตัวสัญลักษณ์ไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ที่เมือง
โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
ฟีฟ่าและคณะกรรมาธิการจัดฟุตบอลโลก 2014 ได้เชิญชวนบริษัท 25 แห่งในบราซิลให้เข้าร่วมประกวดออกแบบสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันครั้งนี้ โดยหน้าที่ในการคัดเลือกผู้ชนะเป็นของคณะกรรมการตัดสินที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียง 7 คนจากสาขาต่าง ๆ ได้แก่
รีการ์ดู เตย์เชย์รา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล,
เฌโรม วาลก์ เลขาธิการฟีฟ่า,
จิเซล บุนเชน นางแบบชาวบราซิล,
อูสการ์ นีเอไมเยอร์ นักออกแบบสถาปัตยกรรม,
เปาลู กูเอลยู นักเขียน,
อีเวชี ซังกาลู นักร้อง และฮันส์ ดอนเนอร์ นักออกแบบ
อาเลชังดรี วอลเนร์ นักออกแบบกราฟิกชาวบราซิล ได้วิจารณ์ว่าสัญลักษณ์นี้ดูคล้ายกับ
มือที่ปิดหน้าเพราะความอับอาย และยังวิจารณ์ถึงกระบวนการคัดเลือกสัญลักษณ์ด้วย ซึ่งกรรมการคัดเลือกนั้นส่วนใหญ่ไม่ใช่นักออกแบบกราฟิกมืออาชีพ
โปสเตอร์[แก้]
โปสเตอร์นั้นได้รับการออกแบบโดยคาเรน ไฮดิงเกอร์เป็นนักออกแบบจากบริษัทกรามาในบราซิล โดยมีลักษณะเป็นแผนที่ประเทศบราซิลที่วาดขึ้นจากขาของนักฟุตบอลที่กำลังเตะลูกฟุตบอล นอกจากนี้ยังแสดงถึงวัฒนธรรมบราซิลและลักษณะเด่นอื่น ๆ ของชาติบราซิลเช่นพืชและสัตว์ท้องถิ่น สีสันที่สดใสของโปสเตอร์ก็สื่อถึงความงดงามและความหลากหลายของประเทศ เฌอโรม วาลก์ เลขาธิการฟีฟ่า กล่าวว่า โปสเตอร์ชิ้นนี้เป็นตัวอย่างงานศิลปะที่แสดงให้เห็นว่าบราซิลเป็นชาติที่มีความสามารถและมีความคิดสร้างสรรค์
ตุ๊กตาสัญลักษณ์[แก้]
อาร์มาดิลโลเป็นสัตว์ที่ปกป้องตัวเองด้วยการกลิ้งเหมือนกับลูกบอล ทำให้มันได้ถูกเลือกมาเป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์ของการแข่งขันอย่างเป็นทางการโดยฟีฟ่า และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555 โดยมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยรายการข่าว
ฟังตัสชีกู (Fantástico)
[] ส่วนชื่อนั้นได้รับการคัดเลือกจากผู้คนและได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน
[ ซึ่งผู้คนถึง 1.7 ล้านคน และมากกว่าร้อยละ 48 เลือกชื่อ ฟูแลกู (Fuleco) ชนะชื่อ ซูแซกู (ร้อยละ 31) และอามีฌูบี (ร้อยละ 21) ทำให้ชื่อนี้ชนะอย่างเอกฉันท์ และตุ๊กตาสัญลักษณ์นี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวบราซิล ซึ่งชาวบราซิลมากกว่าร้อยละ 89 ชื่นชอบมัน
"ฟูแลกู" มีความหมายโดยแบ่งแยกเป็นตัวอักษรเป็นภาษาโปรตุเกสคือ "Futebol" ("ฟุตบอล") และ "Ecologia" ("นิเวศวิทยา")

ลูกฟุตบอล[แก้]
ดูบทความหลักที่:
อาดิดาส บราซูกา
ลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 คือ อาดิดาส บราซูกา ซึ่งชื่อนั้นได้รับการคัดเลือกมากจากผู้ชมฟุตบอลชาวบราซิลมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่ง บราซูกา ได้รับการโหวตมากกว่าร้อยละ 70 โดย
อาดิดาส ออกแบบลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขัน
ฟุตบอลโลก ตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1970 เห็นถึงแรงบันดาลใจของวัฒนธรรมชาวบราซิลพลัดถิ่น ซึ่งชื่อนี้ชนะชื่อ บอสซาโนวา และ คาร์นาวาเลสกา
กาชีรอลา[แก้]
ดูบทความหลักที่:
กาชีรอลา
กาชีรอลา (
caxirola) ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 โดยกระทรวงกีฬาของประเทศบราซิลให้เป็นเครื่องดนตรีอย่างเป้นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 คล้ายกับ
วูวูเซลา ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยกาชีรอลาไม่ได้มีเสียงดังเหมือนกับวูวูเซลา และพวกมันได้รับการออกแบบมาพิเศษเพื่อให้ไม่ส่งเสียงรบกวนในสนามระหว่างการแข่งขัน
[ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยภายในสนาม กาชีรอลาจะถูกห้ามไม่ให้นำเข้าไปในสนามแข่งขัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น